รับทำเว็บ e-commerce เทคนิคการทำเว็บไซต์ขายสินค้าให้รองรับลูกค้าแบบต่างๆ

รับทำเว็บ e-commerce เทคนิคการทำเว็บไซต์ขายสินค้าให้รองรับลูกค้าแบบต่างๆ เมื่อคุณมีเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง คุณอาจจะไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ก็ได้ เพราะในปัจจุบันมีบริษัทจัดทำเว็บไซต์มากมายที่คอยให้บริการคุณในราคาที่ไม่สูงนัก แต่สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีก็คือ ความเข้าใจ

พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของลูกค้าแบบต่างๆ ซึ่งในยุคที่การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ทำให้คนมีความอดทนน้อยลง และใจร้อนมากขึ้น หากเขาไม่ได้รับข้อมูลที่เขาสนใจในเวลาที่รวดเร็ว เขาอาจจะไม่หันกลับมาสนใจเว็บไซต์ของคุณอีกเลยก็เป็นได้ วันนี้เราจึงนำเทคนิคในการรับมือกับลูกค้าแบบต่างๆ มาให้คนทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ได้นำไปใช้กัน

1. ใจร้อน

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป จะมีความอดทนในการตัดสินใจว่าจะอยู่ที่หน้าเว็บเพจนั้นๆ ประมาณ 5-8 วินาทีเท่านั้น ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถให้สิ่งที่พวกเขาต้องการได้ ก็ทำใจไว้เลยว่าเขาคงไปใช้บริการเว็บไซต์อื่นๆ แน่นอน คำแนะนำก็คือ เว็บไซต์ควรจะใช้เวลาในการโหลดข้อมูลน้อย ใช้ระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพ มีการออกแบบเว็บไซต์ที่สามารถแสดงผลบางส่วนได้โดยไม่ต้องรอให้โหลดหน้าเว็บทั้งหมดจนเสร็จก่อน นำเสนอข้อมูลโดยใช้ข้อความและภาพประกอบที่ช่วยสื่อสารให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่ายในเวลาสั้นๆ

2. ไม่ค่อยชอบใจเว็บไซต์

คุณอาจจะเคยบังเอิญกดเข้าไปชมบางเว็บไซต์ที่เมื่อเปิดเข้าไปแล้ว มีภาพเคลื่อนไหวอลังการ หรือเพลง Intro ที่เล่นอัตโนมัติกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในสมัยก่อนการทำเว็บไซต์แบบนั้นอาจจะดูน่าตื่นเต้น และน่าสนใจดี แต่ไม่ใช่ในยุคปัจจุบันแล้ว เว็บไซต์ไหนที่เปิดเข้าไปแล้วเจอแบบนี้ ผู้ใช้เขาก็มักจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะถ้าหากว่าเว็บไซต์มีเนื้อหาไม่น่าสนใจแล้วด้วย ยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกไม่ดีของผู้ใช้ที่มีต่อเว็บไซต์ของคุณมากไปกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรมี Intro ที่อลังการแบบนั้นอยู่ในหน้าเว็บไซต์ ถ้าจะทำก็ควรทำแบบพอประมาณ และมีปุ่มสำหรับกดข้ามอย่างชัดเจน และ Intro กับเนื้อหาภายในเว็บควรจะอัพเดตตลอด เช่น เปลี่ยน Intro ให้เข้ากับเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ หรือตรุษจีน และจัดโปรโมชันเสริมเข้าไปด้วย

3. ไม่สนใจรายละเอียด ขอดูผ่านๆ ก่อน

ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไปมักจะไม่ชอบอ่านเนื้อหาทั้งหมดในหน้าเว็บแบบละเอียด แต่จะใช้วิธีการกวาดสายตาดูหน้าเว็บแบบผ่านๆ ก่อน เพื่อหาข้อมูลในจุดที่สนใจ หากคุณออกแบบและจัดวางหน้าเว็บไซต์ได้ไม่ดี ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่พบข้อมูลที่ต้องการ และไม่สนใจที่จะเสียเวลาอ่าน คำแนะนำก็คือ ควรจัดวางเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ให้อ่านง่าย นำเสนอเนื้อหาเป็นย่อหน้าสั้นๆ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสีขาวสำหรับเป็นจุดพักสายตาโดยแต่ละย่อหน้า อาจใช้ชื่อหัวข้อ แสดงเป็นตัวหนังสือตัวเข้มที่โดดเด่น เพื่อสรุปประเด็นในย่อหน้านั้นๆ การบรรยายคุณลักษณะของสินค้า อาจแสดงข้อความในลักษณะเป็นข้อๆ การแสดงปุ่มหรือเมนูต่างๆ ควรmeให้มองเห็นได้ง่ายและชัดเจน

4. ไม่ชอบที่จะต้องคอยจดจำ

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายๆ คนในยุคสมัยนี้วันๆ หนึ่งเข้าชมอินเตอร์เน็ตมากมายหลายเว็บไซต์ แล้วไหนจะข้อมูลข่าวสารจากภายนอกที่เข้ามาได้อย่าง่ายดาย และรวดเร็ว ทำให้วันนึงได้รับข้อมูลมากมายจนจดจำแทบจะไม่ไหว ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำก็คือ การทำให้ผู้เข้าชมสามารถจดจำเว็บไซต์ของคุณได้ ซึ่งเทคนิคอยู่ที่การออกแบบเว็บไซต์ให้มีจุดเด่น น่าสนใจ ใช้งานง่าย และจดจำได้ง่าย เช่น การจัดเรียงเมนู สีสัน ลวดลายที่ใช้ แต่ละหน้าควรจะเสนอข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไป ใช้ถ้อยคำสั้น กะทัดรัด และเข้าใจได้ง่าย

5. ไม่ค่อยมั่นใจการซื้อสินค้าออนไลน์

ปกติผู้ใช้งานที่จะใช้บริการเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์มักจจะมีความสงสัย ระแวง และไม่ค่อยให้ความเชื่อถือกับเว็บไซต์ขายของออนไลน์เท่าไรนัก สาเหตุหลักๆ ก็คือคิดว่ายุ่งยาก และไม่น่าเชื่อถือ กลัวว่าจะโดนโกงให้โอนเงินให้ แต่ไม่ได้รับสินค้า คำแนะนำก็คือ นำเสนอข้อมูลที่แสดงความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เช่น แสดงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ แผนที่ ข้อมูลที่อยู่ของธุรกิจ แสดงหลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอาจนำเสนอข้อมูลประสบการณ์จากลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าแล้วประทับใจ รวมทั้งมีการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในการสั่งซื้อและนโยบายที่เกี่ยวกับใช้บริการไว้อย่างเช่นเจน เช่น นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายการรับประกัน การเปลี่ยนและคืนสินค้า เป็นต้น