ฟุตซอลช้างศึก แซงมาเลเซียช่วงต่อเวลา 4-3 (3-3) คว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 13

ฟุตซอลช้างศึกไม่ยอมตาย แซงมาเลเซียช่วงต่อเวลา 4-3 (3-3) คว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 13 ด้าน มูฮัมหมัด อุสมานมูซา คว้ารางวัลดาวซัลโวที่ 13 ประตู

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เวลา 19.00 น. ณ สนามพูโถ สเตเดียม การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2017 นัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกัน ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติมาเลเซีย สถิติการพบกันของทั้งสองทีม เจอกันมาแล้วทั้งหมด 26 ครั้ง เป็นไทยที่ชนะมาทั้งหมด โดยเกมล่าสุด ในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา เป็น ทัพช้างศึกโต๊ะเล็ก ที่เอาชนะไป 6-3
เกมนี้ โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส หรือ ปูลปิส วางห้าตัวแรก นำโดย คณิศร ภู่พันธ์ ผู้รักษาประตู, ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง, นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์, พีระพล สัตย์ซื่อ และ ดาวซัลโวของทีมอย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ที่ยิงไป 12 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้
เริ่มเกมมาไม่ถึงนาที ไทยน่าได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ จ่ายให้ พีระพล สัตย์ซื่อได้ยิงจ่อๆ ที่เสาสองแต่หลุดออกไปนิดเดียว ไทยยังเดินหน้าบุกอย่างหนักแต่กลายเป็นมาเลเซีย ที่มาได้ประตูออกนำในนาทีที่ 6 จากจังหวะโต้กลับและเป็น อวาลุดดิน นาวี ที่ยิงด้วยซ้ายเข้าไปให้เสือเหลืองนำก่อน 1-0 และนาทีที่ 8 มาเลเซียก็มาได้ประตูนำห่างจากลูกคิกอิน จากการยิงของ ริซวาน บาครี และทำให้เสือเหลืองนำห่างเป็น 2-0 และ ปูลปิสก็ต้องขอเวลานอกเพื่อรวบรวมสมาธิทันที
ไทยพยายามเดินหน้าบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน และนาที 12 ทีมชาติไทยก็มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ จากจังหวะที่ ธนโชติ เสาะแสวง ยิงแฉลบแนวรับมาเลเซียเข้าไปให้ไทยไล่มาเป็น 1-2 และเป็นประตูแรกของ ธนโชติ ในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ด้วย และทำให้มาเลเซียต้องขอเวลานอกเพื่อผ่อนเกมทันที ไทยยังพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้แต่ก็ยังเจาะไม่เข้าทำให้ จบครึ่งแรก มาเลเซีย ยังนำไทยอยู่ 2-1
เริ่มครึ่งหลังมาเลเซียมาได้ประตูจากลูกคิกอินในนาที 24 และเป็น อวาลุดดิน ฮาซาน ที่กดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายเข้าไปให้มาเลเซียหนีห่างเป็น 3-1 ทีมไทยยังบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูคืนให้ได้ แต่ อัซรุล ฮาดี้ ยังเซฟไว้ได้ทั้งหมด จนนาที 27 จากจังหวะโต้กลับและเป็น สรศักดิ์ พูนจังหรีด ที่พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ยิงเข้าไปให้ไทยตามมาเป็น 2-3 และช่วยให้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ขึ้นมาเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ ในรายการนี้ที่ 13 ประตู
ช้างศึกยังคงไม่เพลาเครื่องและนาทีที่ 31 จากจังหวะโต้กลับที่ รณชัย จูงวงษ์สุข พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้ เจษฎา ชูเดช ล้มตัวยิงเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 3-3 ไทยยังเดินหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ อัซรุล ฮาดี้ ยังเซฟไม่พัก ทำให้ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเสมอ 3-3 และต้องต่อเวลาพิเศษออกไป
ช่วงต่อเวลายังเป็นไทยที่ครองบอลบุก แต่ไทยกลับมาโดนจุดโทษจุดที่สอง แต่ คฑาวุธ หาญคำภา สามารถป้องกันไว้ได้ และนาที 34 ไทยก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ และเป็น รณชัย จูงวงษ์สุข ที่ยิงเข้าไปให้ไทยขึ้นนำเป็น 4-3 ช่วงเวลาที่เหลือมาเลเซียพยายามบุกอย่างหนักและเล่นเกมพาวเวอร์เพลย์ แต่เจาะไม่ได้ จบเกมทีมชาติไทย เฉือนชนะ มาเลเซีย 4-3
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์อาเซียนเป็นสมัยที่ 13 ไปครอง พร้อมกับ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ที่คว้ารางวัลดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ไปครองที่ 13 ประตู โดยทัวร์นาเมนต์ต่อไปก็คือการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไต้หวัน ระหว่างวันที่ 6-18 กุมภาพันธ์ 2561 โดยตัวแทนจากอาเซียนสี่ทีมประกอบไปด้วย ไทย, มาเลเซีย, เมียนมา และ เวียดนาม.-สำนักข่าวไทย